วิเคราะห์เกม ลิเวอร์พูล – บอร์นมัธ พรีเมียร์ลีก 2016/17

ตอนนี้กำลังท็อปฟอร์มเลยทีเดียวสำหรับทีมหงส์แดง ลิเวอร์พูล ที่ดูเหมือนจะไม่ค่อยมาดีเท่าไหร่ วิเคราะห์เกม ลิเวอร์พูล

แต่หารู้ไหมว่า อยู่ที่ 3 แล้วจ้าฟังไม่ผิดแน่นอน เจอร์เก้นท์ คล็อปป์ สามารถพาทีมของเขาขึ้นมาอยู่ในโซนหัวตารางได้อย่างสง่างาม

หลังจากที่เอาชนะ เอฟเวอร์ตันไปได้ 3-1 เขี่ย แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ลงมาอยู่ที่ 4 ได้สำเร็จ

ทำให้โอกาสในการไปเล่นในยูฟ่า แชมเปี้ยนลีกของพวกเขามีมากขึ้น ถ้าจะมองถึงแชมป์พรีเมียร์ลีกจริงๆแล้วอาจจะดูยากเกินไปหน่อย

ในคืนวันพุธที่ 5 เมษายน 2560 เวลา 01.45 ลิเวอร์พูลจะต้องเปิดบ้านพบกับ เดอะ เชอร์รี่ บอร์นมัธ มีผลงานดีใน 4 เกมหลังที่ชนะ 2 เสมอ2ได้แต่ยังคงรั้งอันดับที่  14 ของตาราง

จาก 5เกมหลังของ ลิเวอร์พูล ชนะ 3 เสมอ 1 แพ้1ในเกมที่แพ้พ่ายท่าให้กับ เลวเตอร์ ซิตี้

และเกมที่เสมอก็เจอกับแมนฯซิตี้ ถือว่าก็ไม่ได้ดูน่าเกลียดอะไรเพราะว่ายังคงตอนนี้ก็อยู่ในอันดับที่พอใจ

แต่เรื่องที่ต้องเป็นห่วงก็คือนักเตะบาดเจ็บกันไปหลายคนไม่ว่าจะเป็น อดัม ลัลลาน่า , จอร์แดน เฮนเดอร์สัน

ล่าสุด ซาดิโอ มาเน่ ก็น่าจะปิดเทอมไปก่อนคนแรกหลังจากที่มีอาการบาดเจ็บที่บริเวณเอ็นหลังหัวเข่า อาจจะต้องพักรักษาตัวนานหลายเดิน

วิเคราะห์เกม ลิเวอร์พูล

วิเคราะห์เกม ลิเวอร์พูล

ทำให้ ลิเวอร์พูล อาจจะไม่ผ่าน บอร์นมัธ ไปได้ง่ายๆแล้วเกมนี้ สถิติการเจอกัน 5 นัดหลังสุด ลิเวอร์พูล ชนะ4 แพ้ 1

แต่เกมล่าสุดที่เจอกับ เดอะ เชอร์รี่ สร้างเรื่องไว้แสบมากพลิคเอาชนะไปได้ 4-3 จากการที่ลิเวอร์พูล นำอยู่ 1-3

ก่อนที่จะมาโดนยิงทีเดียวรวด 3 ลูกในเวลาเพียงแค่ 15 นาที เล่นเอาแฟนบอลและเจอร์เก้นท์ คล็อปป์ ถึงกับช็อค ว่าเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นมาได้อย่างไร

เอ็ดดี้ โฮล รู้ตัวว่าเป็นรองลิเวอร์พูล ทุกด้านแต่ว่าผลงานในช่วงหลังลูกทีมของเขาก็ทำได้ดีจนดีดตัวเองขึ้นมาตรงกลางตารางได้

คาดว่าน่าจะส่ง โจชัว คิงส์ , แจ็ค วิลเชียร์, ไรอั้น ฟลาเซอร์ และมาร์ก พัค แต่เกมนี้จะไม่มี คอมลัม วิลสัน

คนที่เปิดสกอร์แลกเมื่อเกมนัดที่แล้ว และไม่มี นาธาน อาเก้ คนที่ทำประตูชัยให้กับทีม โดยรวมแล้วทีมเป็นรองแน่นอนแล้วมาเล่นที่ แอนฟิลด์

กำลังใจของเจ้าบ้านล้นหลาม สิ่งเดียวที่จะต้องทำก็คือ เกมรับต้องเหนียวแน่น ปิดทุกทาง ประกบตัวให้ดีและมีวินัย

อาศัยเกมสวนกลับแล้วยิงให้คม ซึ่งในเกมนี้ผมมองว่า โอกาสที่ ลิเวอร์พูล จะเก็บ 3 คะแนนน่าจะไม่ใช่เป็นเรื่องยากเพราะว่าเป็นทีมที่ค่อนข้างลงตัวและน่ากลัว ถึงแม้ว่าจะมีตัวหลักทยอยเจ็บไปก็ตาม

 …

สรุปตารางพรีเมียร์ลีก นัดที่ 31 2017/18

วันนี้จะมาพูดถึง สรุปตารางพรีเมียร์ลีก อังกฤษ 2016/17 นัดที่ 31 หลังจากที่ หงส์แดง ลิเวอร์พูล ขยับอันดับขึ้นมาอยู่ที่ 3

ได้เพียงไม่กี่วันจะต้องมาแข่งขันกันอีกเกมหนึ่งในสนามแอนฟิลด์ ด้วยการพบเจอกับ เดอะเชอรี่ บอร์นมัธ

โดยทั้งคู่นั้นในเกมแรกเป็นลิเวอร์พูล ที่พ่ายแพ้ไปก่อน 4 ประตูต่อ 3 โดยที่นำไปแล้ว 3 ประตูต่อ 1

โดนทางด้านของ the cherry พลิคมาเอาสามคะแนนไปได้ด้วยเพียงแค่เวลา 15 นาที ยิงถึง 3 ประตู

เบียดเอาชนะลิเวอร์พูลไปได้  ในบ้านของลิเวอร์พูล พวกเขาก็ทำเพียงได้แค่เสมอกัน 2 ประตูต่อ 2

โดยเก็บเพียงแค่ 1 คะแนนทำให้ลิเวอร์พูล ยังคงไม่ทิ้งห่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี ที่โดนเขี่ยร่วงลงไปอยู่อันดับที่ 4

ห่างกันเพียงแค่ 2 คะแนนเท่านั้นทางด้านลิเวอร์พูลมีอยู่ 60 คะแนน

ส่วนอีกคู่นึงเป็นคู่บิ๊กแมตช์ของสัปดาห์นี้คือการพบเจอกันของจ่าฝูง เชลซี ต้องดวลกับเรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้

ซึ่งช่องว่างระหว่างสิงไฮโซ กับ ไก่เดือยทอง นั้นเหลือเพียงแค่ 7 คะแนนเท่านั้นใน เกมนี้เป็นเกมที่ตัดสินว่า

จะทำให้เส้นทางในการลุ้นแชมป์ของ อันโตนิโอ คอนเต้ ยังดูสบายสบายอยู่หรือไม่เห็นผลเดียวนั่นก็คือต้องเก็บชัยชนะเหนือแมนเชสเตอร์ ซิตี

ให้ได้แล้วทัพสิงห์ไฮโซ ก็ทำได้สำเร็จด้วยการเบียดเอาชนะเรือใบสีฟ้าไปได้ 2 ประตูต่อ 1 โดยเกมปะทะมาเพียงแค่ 10 นาทีเท่านั้น

เอเดน อาซาร์ ก็ขยับสกอร์ให้เจ้าบ้านขึ้นนำไปก่อน 1 ประตูต่อ 0  แต่หลังจากนั้นอีก 16 นาที ต่อมา กุน อเกวโร่ กองหน้าร่างจิ๋วชาวอาร์เจนไตน์

ของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก็ยิงประตูตีเสมอให้กับทีมได้สำเร็จ ทำให้เกมกลับเข้ามาอยู่ที่เสมอกันอยู่ 1 ประตูต่อ 1

สรุปตารางพรีเมียร์ลีก

สรุปตารางพรีเมียร์ลีก

แต่หลังจากนั้นทีมเชลซี ก็ยิงประตูทิ้งห่างออกนำเป็น 2 ประตูต่อ 1 จากเอเดน อาซาร์ คนเดิม เกมหลังจากนั้นค่อนข้างที่จะเมามันส์เพราะว่าทางด้านของแมนเชสเตอร์ ซิตี้

ต้องการประตูตีเสมอ ก่อนเป๊ปกวาร์ดิโอล่าก็เปลี่ยนแผนส่งทางด้าน ราฮีม สเตอร์ลิง ลงมาแทนเควิน เดอะบอย และเสริมเกมรุกทางริมเส้นให้เลย์รอย ซาเน่

ออกและส่ง โนลิโต้ ตัวสำคัญลงมา แต่ก็ไม่เพียงพอและทันเวลาทำให้จบ 90 นาทีเป็นเชลซีที่เก็บ 3 คะแนนรักษาระยะห่างจากที่ 2 ไว้ได้อยู่ที่ 7 คะแนนดังเดิม

ไก่เดือยทอง ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ก็บุกมาถล่มทางด้านของสวอนซี ซิตี้ ไปได้ 1 ประตูต่อ 3 โดยที่ทางด้านของเจ้าบ้านนั้นขึ้นนำไปก่อนจากเวย์น เราท์เรสต์

ตั้งแต่นาทีที่ 11 ซึ่งเกมนี้น่าจะจบลงด้วยทางด้านสวอนซี ซิตี้ เอาชนะไปได้ 1 ประตูต่อ 0 แต่ใครจะรู้ว่าเพียงแค่ 5 นาทีสุดท้ายหน้าที่ 88 เดเล อัลลี

ยิงประตูตีเสมอเป็น 1 ประตูต่อ 1 หลังจากนั้น 3 นาที Son Heung-Min กองหน้าชาวเกาหลีใต้ ยิงประตูพลิกขึ้นนำไป 1 ประตูต่อ 2

ก่อนที่ช่วงทดเวลาบาดเจ็บนาทีที่ 90 + 3 คริสเตียน อีริคเซน รับบอลจากเดลี อัลลี ส่งบอลเข้าสู่ก้นตาข่ายทำให้พลิกมาเอาชนะไปได้เป็น 1 ประตูต่อ 3

ทำให้ตอนนี้ที่ 1 ยังคงเป็นเชลซีตามมาด้วยที่ 2 สเปอร์สที่ 3 ลิเวอร์พูลที่ 4 แมนเชสเตอร์ซิตีที่ 5  manchester united